Wednesday, December 10, 2025

IoT Transformer คืออะไร?

 IoT Transformer ไม่ได้หมายถึงหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) ชนิดใหม่ในทางฟิสิกส์ แต่เป็นแนวคิดหรือผลิตภัณฑ์ที่นำเอา หม้อแปลงไฟฟ้า มาผนวกกับเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) เพื่อให้สามารถ ตรวจสอบ (Monitoring) และ บริหารจัดการ (Management) การทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้าจากระยะไกลได้แบบเรียลไทม์


💡 หลักการทำงานและการประยุกต์ใช้

IoT Transformer หรือในบางกรณีอาจเรียกว่า IIoT Transformer (Industrial Internet of Things Transformer) จะติดตั้งเซ็นเซอร์และอุปกรณ์สื่อสารเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสำคัญต่างๆ จากหม้อแปลงไฟฟ้า เช่น:

  • อุณหภูมิของน้ำมัน/ขดลวด: เพื่อป้องกันความร้อนสูงเกินไป

  • ระดับน้ำมัน: เพื่อตรวจสอบสภาพฉนวนและป้องกันความเสียหาย

  • โหลดกระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้า: เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการใช้งานและความเสถียรของระบบ

  • สถานะการทำงานโดยรวม: เช่น การเปิด/ปิด หรือสัญญาณเตือน


🎯 ประโยชน์ที่สำคัญ

การนำ IoT มาใช้กับหม้อแปลงไฟฟ้ามีประโยชน์หลายด้าน โดยเฉพาะในงานอุตสาหกรรม (IIoT) และระบบจ่ายไฟฟ้า:

  • การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance):

    • ระบบสามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บได้และ คาดการณ์ ล่วงหน้าว่าหม้อแปลงอาจจะเสียเมื่อใด

    • ช่วยให้สามารถวางแผนการบำรุงรักษาได้ อย่างแม่นยำ ก่อนที่จะเกิดความเสียหายร้ายแรง (Failure)

  • เพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพ:

    • สามารถตรวจสอบสถานะและตำแหน่งของหม้อแปลงไฟฟ้าได้ทุกที่ทุกเวลาผ่าน ระบบ Online Monitoring (เช่น ผ่าน Wi-Fi หรือเครือข่าย 4G/5G)

    • ช่วยให้การดำเนินงานมี ความปลอดภัย และ ประสิทธิภาพ สูงขึ้น เนื่องจากทราบถึงสภาวะจริงของอุปกรณ์

  • การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล:

    • รวบรวมข้อมูลสถานะการทำงานจริงของอุปกรณ์ได้สะดวกและรวดเร็ว เพื่อนำมา วิเคราะห์ และใช้ในการปรับปรุงระบบหรือกระบวนการผลิตต่อไปได้

      Article by Gemini

       



Monday, December 8, 2025

IoT: บ้านอัจฉริยะ (Smart Home)

 ตัวอย่างระบบ IoT: บ้านอัจฉริยะ (Smart Home)

ระบบบ้านอัจฉริยะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของโครงสร้าง IoT โดยแต่ละส่วนประกอบทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพพลังงาน และความปลอดภัย

นี่คือการแบ่งส่วนประกอบของ Smart Home ตามโครงสร้าง 4 ชั้นหลัก:

1. ⚙️ ชั้นอุปกรณ์ (Sensing/Device Layer)

นี่คืออุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ทั่วบ้าน ทำหน้าที่เก็บข้อมูลและตอบสนองต่อคำสั่ง

  • เซ็นเซอร์ (Sensors):

    • อุณหภูมิ/ความชื้น: ตรวจวัดสภาพอากาศภายในบ้าน

    • ตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion Sensors): ตรวจจับการมีอยู่ของบุคคล

    • เซ็นเซอร์ประตู/หน้าต่าง: ตรวจสอบสถานะการเปิด/ปิด

  • แอคทูเอเตอร์ (Actuators): ทำหน้าที่ตอบสนองหรือเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม

    • หลอดไฟอัจฉริยะ (Smart Lights): เปิด/ปิด หรือปรับความสว่างตามสั่ง

    • เทอร์โมสตัตอัจฉริยะ (Smart Thermostat): ปรับการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

    • กล้องรักษาความปลอดภัย (Security Cameras): เก็บภาพและเสียง


2. 🌐 ชั้นการเชื่อมต่อเครือข่าย (Connectivity/Network Layer)

เป็นช่องทางสื่อสารที่อุปกรณ์ใช้ในการส่งข้อมูล

  • การเชื่อมต่อในบ้าน (Local Connectivity): อุปกรณ์ส่วนใหญ่มักเชื่อมต่อกันผ่านโปรโตคอลพลังงานต่ำ เช่น Zigbee, Z-Wave, หรือ Bluetooth Mesh

  • เกตเวย์ (Gateway/Hub): อุปกรณ์หลัก (เช่น Smart Home Hub ของ Google, Amazon, หรือ Samsung) ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์ท้องถิ่น และแปลงโปรโตคอลเพื่อส่งต่อไปยังอินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi หรือ Ethernet

  • การเชื่อมต่อภายนอก: การใช้ Wi-Fi หรือ Cellular (4G/5G) เพื่อส่งข้อมูลไปยัง Cloud


3. ☁️ ชั้นการประมวลผลข้อมูล (Data Processing/Cloud Layer)

เป็นส่วนกลางที่จัดการและวิเคราะห์ข้อมูลบ้านทั้งหมด

  • แพลตฟอร์ม Cloud: ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม (เช่น Google Home, Amazon Alexa, Apple HomeKit) ทำหน้าที่:

    • Device Management: จัดการสถานะและการอัปเดตของอุปกรณ์หลายร้อยชิ้น

    • Data Storage: จัดเก็บข้อมูลประวัติ (เช่น อุณหภูมิรายวัน, ภาพจากกล้อง)

    • Analytics & AI: ประมวลผลข้อมูล เช่น เรียนรู้พฤติกรรมการใช้ชีวิต (เช่น เวลาเข้านอนปกติ) เพื่อตั้งค่าบ้านโดยอัตโนมัติ

  • การประมวลผล: หากเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวผิดปกติ ระบบจะวิเคราะห์ และตัดสินใจส่งการแจ้งเตือนทันที

Friday, November 28, 2025

Internet of Things (IoT): โลกที่ทุกสิ่งเชื่อมโยงกัน

Internet of Things (IoT) หรือ อินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง คือแนวคิดที่วัตถุและอุปกรณ์รอบตัวในชีวิตประจำวัน (เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ เซ็นเซอร์ และสิ่งอื่น ๆ) สามารถฝังตัวด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารและซอฟต์แวร์ ทำให้พวกมันสามารถ เชื่อมต่อ สื่อสาร และ แลกเปลี่ยนข้อมูล กันผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ การเชื่อมต่อนี้เองที่ทำให้เกิดระบบอัจฉริยะ (Smart Systems) ที่สามารถทำงานได้อย่างเป็นอิสระและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


องค์ประกอบหลักของระบบ IoT

ระบบ IoT ทั่วไปประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 4 ส่วนที่ทำงานร่วมกัน:

  1. อุปกรณ์/วัตถุ (Things):

    • คือส่วนที่เป็น กายภาพ หรือฮาร์ดแวร์ เช่น เซ็นเซอร์ (ที่ใช้วัดอุณหภูมิ, ความชื้น, แสง), กล้อง, เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ, และอุปกรณ์สวมใส่ต่าง ๆ

    • อุปกรณ์เหล่านี้มีหน้าที่ เก็บรวบรวมข้อมูล จากสภาพแวดล้อม หรือ ทำงาน ตามคำสั่งที่ได้รับ

  2. การเชื่อมต่อ/เครือข่าย (Connectivity/Network):

    • เป็นช่องทางในการ ส่งผ่านข้อมูล จากอุปกรณ์ไปยังระบบประมวลผล เช่น Wi-Fi, Bluetooth, Cellular (4G/5G), หรือเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานต่ำอย่าง LoRaWAN

  3. การประมวลผลข้อมูล (Data Processing):

    • ข้อมูลที่ส่งมาจากอุปกรณ์จะถูกนำไป วิเคราะห์ และ ประมวลผล ในระบบคลาวด์ (Cloud) หรือระบบประมวลผลแบบขอบ (Edge Computing) เพื่อแปลงข้อมูลดิบให้เป็นข้อมูลที่มีความหมายและพร้อมใช้งาน

  4. ส่วนติดต่อผู้ใช้/แอปพลิเคชัน (User Interface/Application):

    • เป็นส่วนที่ผู้ใช้สามารถ โต้ตอบ กับระบบได้ เช่น แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน หรือแดชบอร์ด

    • ส่วนนี้ใช้ในการ แสดงผลข้อมูล ที่ประมวลผลแล้ว และใช้สำหรับ ส่งคำสั่ง ควบคุมอุปกรณ์กลับไปยังส่วนที่ 1


ประโยชน์ของ IoT ในภาคส่วนต่าง ๆ

IoT ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในบ้านเรือนเท่านั้น แต่ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานในหลายอุตสาหกรรม:

  • 🏡 บ้านอัจฉริยะ (Smart Home):

    • การควบคุมแสงสว่าง อุณหภูมิ และระบบรักษาความปลอดภัยจากระยะไกล

    • ตัวอย่าง: ตู้เย็นที่สั่งซื้อของอัตโนมัติเมื่อวัตถุดิบหมด

  • 🏭 อุตสาหกรรม (Industrial IoT - IIoT):

    • การตรวจสอบและควบคุมเครื่องจักรในโรงงานแบบเรียลไทม์

    • การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) ซึ่งช่วยลดเวลาเครื่องจักรหยุดทำงานและประหยัดค่าใช้จ่าย

  • 🚗 ยานยนต์ (Connected Cars):

    • ระบบนำทางอัจฉริยะ และการตรวจสอบสถานะของรถยนต์

    • เป็นรากฐานสำคัญของรถยนต์ไร้คนขับในอนาคต

  • 🏥 สุขภาพ (Healthcare/Wearables):

    • อุปกรณ์สวมใส่ที่ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ และกิจกรรมทางกาย

    • การส่งข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยไปยังแพทย์อย่างต่อเนื่อง

  • 🏙️ เมืองอัจฉริยะ (Smart Cities):

    • การจัดการจราจรและที่จอดรถอย่างมีประสิทธิภาพ

    • การตรวจสอบคุณภาพอากาศและน้ำในพื้นที่สาธารณะ


⚠️ ความท้าทายที่ต้องเผชิญ

แม้จะมีประโยชน์มหาศาล แต่การนำ IoT มาใช้ก็มีความท้าทายสำคัญที่ต้องพิจารณา:

  1. ความปลอดภัย (Security): อุปกรณ์จำนวนมากที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอาจกลายเป็นช่องโหว่ให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาโจมตีหรือขโมยข้อมูลได้

  2. ความเป็นส่วนตัว (Privacy): การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องมีมาตรการที่เข้มงวดในการปกป้อง

  3. มาตรฐานการทำงานร่วมกัน (Interoperability): อุปกรณ์จากผู้ผลิตต่าง ๆ อาจใช้มาตรฐานการสื่อสารที่แตกต่างกัน ทำให้การเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันมีความซับซ้อน


บทสรุป

IoT ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่กำลังเป็นความจริงที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ด้วยการสร้างโลกที่ทุกสิ่งสามารถ สื่อสาร และ ทำงานร่วมกัน ได้อย่างชาญฉลาด ทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบายขึ้น ธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเมืองของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น การทำความเข้าใจและจัดการกับความท้าทายด้านความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนศักยภาพของ IoT ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Article by Gemini 

Monday, November 17, 2025

สร้างแบบบ้านง่าย ๆ ด้วย ChatGPT

 สร้างแบบบ้านง่ายๆ ด้วย ChatGPT: จาก Prompt สู่ภาพบ้านไม้ยกพื้น 1 ชั้น

ในยุคที่เทคโนโลยี AI ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด การออกแบบบ้านไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากแบบร่างกระดาษหรือโปรแกรมเขียนแบบที่ซับซ้อนอีกต่อไป เพราะเพียงแค่เราใช้ Prompt ที่เหมาะสมร่วมกับ ChatGPT และระบบสร้างภาพ (Image Generation) ก็สามารถสร้างต้นแบบบ้านในฝันได้อย่างง่ายดาย

บทความนี้จะพาไปดูตัวอย่างการสร้าง แบบบ้านไม้ 1 ชั้น ยกพื้น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ด้วย ChatGPT พร้อมอธิบายวิธีการตั้ง Prompt และประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้ AI ในงานออกแบบเบื้องต้น


ขั้นตอนที่ 1: เตรียม Prompt สำหรับสั่งงาน ChatGPT

การสั่งให้ AI ออกแบบบ้าน สิ่งสำคัญที่สุดคือ Prompt ต้องชัดเจนและละเอียดพอ ตัวอย่าง Prompt ที่ใช้คือ:

“สร้างแบบบ้านไม้ 1 ชั้น ยกพื้น สไตล์โมเดิร์นไทย 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พร้อมภาพเรนเดอร์ 3D และมีเฉลียงหน้าบ้าน”

Prompt นี้ช่วยให้ระบบเข้าใจว่าเราต้องการวัสดุ รูปแบบ สัดส่วน และองค์ประกอบอะไรบ้าง เช่น

  • การใช้วัสดุ "ไม้"

  • ลักษณะบ้าน "ยกพื้น"

  • ผังห้อง "2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ"

  • สไตล์โดยรวม "โมเดิร์นไทย"

  • ต้องการ "ภาพเรนเดอร์ 3D"


ขั้นตอนที่ 2: ผลลัพธ์จาก AI – ภาพเรนเดอร์บ้านไม้ยกพื้น

จาก Prompt ด้านบน เทคโนโลยี AI ได้สร้างภาพบ้านตัวอย่างดังภาพนี้

 


ภาพนี้แสดงลักษณะบ้านที่มีความอบอุ่น เรียบง่าย และเข้ากับภูมิอากาศประเทศไทย เช่น

  • โครงสร้างไม้สีน้ำตาลธรรมชาติ

  • ยกพื้นด้วยเสาปูนเพื่อกันความชื้น

  • หลังคากระเบื้องลอนสไตล์ไทย

  • เฉลียงหน้าบ้านพร้อมราวกันตก

  • หน้าต่างหลายจุดเพื่อระบายอากาศ

ภาพนี้สามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบในการคุยกับช่าง ผู้รับเหมา หรือสถาปนิกเพื่อพัฒนาแบบบ้านต่อได้ 

Tuesday, April 8, 2025

คู่แข่งของ ChatGPT

คู่แข่งที่สำคัญของ ChatGPT ในปัจจุบัน ได้แก่:

  • Google Gemini (เดิมชื่อ Bard): พัฒนาโดย Google มีจุดเด่นด้านการเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่าน Google Search และความสามารถด้าน Multimodal ที่เข้าใจทั้งข้อความ รูปภาพ และเสียง
  • Claude: พัฒนาโดย Anthropic เน้นความปลอดภัย ความถูกต้อง และการสนทนาที่เป็นธรรมชาติ มุ่งเน้นการเป็นผู้ช่วย AI ที่น่าเชื่อถือ
  • Microsoft Copilot: บูรณาการเข้ากับผลิตภัณฑ์ของ Microsoft เช่น Windows และ Office มีความสามารถในการทำงานร่วมกับเอกสารและข้อมูลต่างๆ ในระบบ
  • Perplexity AI: เน้นการให้ข้อมูลที่มาพร้อมแหล่งอ้างอิง ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้
  • Grok: พัฒนาโดย xAI ของ Elon Musk มีจุดเด่นในการเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์จาก X (Twitter) และความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์
  • LLaMA (Large Language Model Meta AI): พัฒนาโดย Meta เป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบ Open-source ที่เน้นประสิทธิภาพด้านการใช้ทรัพยากร
  • Mistral AI: มุ่งเน้นการพัฒนาโมเดลภาษาแบบ Open-weight ที่ให้ความยืดหยุ่นสูงแก่ผู้ใช้งาน

นอกจากนี้ ยังมีผู้เล่นรายอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น Jasper, Writesonic, Character.AI และ HuggingChat ซึ่งแต่ละรายก็มีจุดเด่นและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันไป

การแข่งขันในตลาด Large Language Model (LLM) ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะมีผู้เล่นใหม่ๆ และนวัตกรรมที่น่าสนใจเกิดขึ้นอีกมากมายในอนาคตครับ

 

Friday, March 8, 2024

Google Bard ?

 Google Bard แชทบอท Ai คู่แข่ง ChatGPT

Google เปิดตัว Bard แชทบอทที่มาแรงแซง ChatGPT หลังจากที่ ChatGPT เปิดตัวมาให้ได้ใช้กัน ปัจจุบันคนนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะแชทบอทนี้เสมือนผู้ช่วยที่ช่วยในการค้นหาข้อมูล ทั้งยังช่วยในการทำงานต่างๆในหลากหลายด้าน และสามารถยังให้ข้อมูลในสิ่งที่เราต้องการจะรู้ได้ดีอีกด้วย

Google เลยส่ง Bard มาสู้! ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้จักว่าคืออะไร และ Bard ทำงานอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะมาแนะนำว่า Google Bard ใช้ยังไง สู้ ChatGPT ได้จริงไหม และทำอะไรได้บ้าง

เจ้า Google Bard นั้นมีเวอร์ชันภาษาไทยที่สามารถแปลคำและภาษาไทยได้เป็นอย่างดีเยี่ยม ซึ่งการจัดเรียงคำและประโยคต่างๆในการให้ข้อมูลก็สามารถทำได้ดีมากเช่นเดียวกัน ส่วนเรื่องการให้ข้อมูลนั้นก็ให้มาแบบแน่นและจัดเต็ม คงเพราะ Google เป็นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูลอยู่แล้ว จึงทำให้ Google Bard มีชุดข้อมูลที่มากและมีข้อมูลที่แน่นกว่า Chat GPT อย่างไม่มีข้อสงสัย

ข้อดีของ Google Bard นั้นจะมีชุดข้อมูลอัพเดทล่าสุด แต่ Chat GPT ข้อมูลอัพเดทถึงแค่ในปี 2021 เท่านั้น จึงทำให้ Google Bard ได้เปรียบเป็นอย่างมาก โดยปัจจุบันคนนิยมหันมาใช้ Google Bard กันมากขึ้น เพราะ Chat GPT ไม่สามารถตอบคำถามหรือให้ข้อมูลได้ดีและละเอียดเท่า Google Bard

หลายคนยังไม่รู้ว่าวิธีการใช้ Google Bard และ ChatGPT ว่าใช้ยังไง ไปดูกันเลย!

วิธีการใช้งาน Google Bard

1. เข้าเว็บไซต์ https://bard.google.com/ และคลิกปุ่ม ลงชื่อเข้าใช้

2. ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Google แอคเคาท์ ถ้าหากใครไม่มีต้องสมัครบัญชี Google

3. หน้าต่างแชทจะขึ้นตามภาพนี้

4. เราสามารถพิมพ์ถามข้อมูลที่เราต้องการได้เลย

5. คำตอบของข้อมูลที่เราถามไปจะขึ้นที่หน้าจอ

ที่มา : https://www.skyict.co.th/blog/how-to-use-google-bard

 

Thursday, March 7, 2024

Chat GPT คืออะไร?

    Chat GPT คือ AI ตัวล่าสุดในรูปแบบของแชทบอทที่ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญของการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการเป็นเครื่องมืออัจฉริยะหรือเพื่อนคู่คิดที่เราจะเรียกใช้งานเมื่อไรก็ได้ ทำให้กระแสความนิยมของ Chat GPT เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ Chat GPT จะช่วยให้ชีวิตของมนุษย์ดีขึ้นจริง หรือแค่มาแย่งงานของเรากันแน่? บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักให้มากขึ้นว่า Chat GPT คืออะไร สามารถใช้งานได้อย่างไร แล้วอาชีพไหนบ้างที่ควรเริ่มปรับตัวก่อนสายเกินไป

   Chat GPT คือ โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligent) ที่ถูกสร้างขึ้นโดย OpenAI เพื่อสร้างข้อความและตอบคำถามในรูปแบบของแชทบอท ซึ่งมีที่มาจากการฝึกอบรมด้วยข้อมูลจำนวนมากจากอินเทอร์เน็ตและข้อมูลอื่น เพื่อเรียนรู้ในการสร้างข้อความและบทสนทนาในลักษณะใกล้เคียงกับมนุษย์

คำว่าChat GPT” ย่อมาจากChat Generative Pre-trained Transformer” ซึ่งChat” หมายถึง การสนทนาGenerative” หมายถึง การสร้างข้อมูล “Pre-trained” หมายถึง การฝึกอบรมล่วงหน้า และTransformer” หมายถึง เทคโนโลยีการประมวลผลข้อมูล

ทันทีที่มีการเปิดตัว Chat GPT ก็ได้รับกระแสตอบรับและความนิยมที่พุ่งสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภายใน 5 วันแรกมีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 1 ล้านราย และปัจจุบันก็ยังมีผู้ใช้งานจำนวนมากใช้งาน Chat GPT ในการแก้ปัญหาต่าง ในชีวิตประจำวันและการทำงานมากขึ้นเรื่อย จนเรียกได้ว่า Chat GPT กลายเป็นเครื่องมือ AI ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของหลายคนแล้วก็ว่าได้

Chat GPT ทำอะไรได้บ้าง?

การทำงานหลักของ Chat GPT คือ การเป็นแชทบอทที่สามารถตอบคำถามต่าง ของผู้ใช้งาน นอกจากนั้นยังมีฟีเจอร์ต่าง อีกมากมาย ดังนี้

Sunday, August 6, 2023

ค้นหารูปแปลงที่ดินของกรมที่ดิน

 ค้นหารูปแปลงที่ดิน (LandsMaps)

 - ค้นหารูปแปลงที่ดินผ่านเว็บไซต์ของกรมที่ดิน

ระบบค้นหารูปแปลงที่ดินผ่านเว็บไซต์ LandsMaps ถูกออกแบบและพัฒนาระบบโดยส่วนระบบงานคอมพิวเตอร์ด้านแผนที่ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมที่ดิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้ที่สนใจอยากหาข้อมูลเกี่ยวกับที่ดิน หรือนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ โดยสามารถใช้ ระบบค้นหาแปลงที่ดิน หรือระบบค้นหารูปแปลงที่ดินออนไลน์ได้

โดยหน้าเว็บไซต์แม้เข้าใช้ครั้งแรกก็ไม่ได้ยุ่งยาก หน้าตาเว็บไซต์มีความสวยงาม สบายตาแต่ข้อมูลครบครัน ซึ่งสิ่งที่สามารถดูได้จาก ระบบค้นหาแปลงที่ดิน มีอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าเป็นตำแหน่งของผืนที่ดิน ขนาดของผืนที่ดินทั้งแบบเป็นไร่ งาน หรือ ตารางวา ลักษณะรูปร่างของผืนที่ดิน ราคาประเมินที่ดิน ดูพื้นที่รอบข้างว่าติดกับอะไร ตั้งอยู่บนถนนเส้นไหน ข้อมูลสาขาและตำแหน่งของสำนักงานที่ดินที่คุณสามารถติดต่อทำธุรกรรมเพื่อซื้อ-ขายได้อีกด้วย

จุดเด่นของเว็บไซต์นั้นคือการที่ผู้เข้าใช้บริการสามารถหาข้อมูลเชิงลึกของที่ดินผืนนั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาพิกัดที่ดินจากเลขระวาง หาเลขโฉนดที่ดิน หรือหาราคาประเมินที่ดิน ทั้งกรณีที่มีโฉนดหรือเป็นที่ดินที่ไม่มีโฉนดก็ได้เช่นเดียวกัน เรียกได้ว่า ระบบค้นหารูปแปลงที่ดิน ถือเป็นระบบการให้บริการข้อมูลที่ดินออนไลน์อย่างครบวงจร

ขั้นตอนค้นหารูปแปลงที่ดินผ่านเว็บไซต์ LandsMaps

Wednesday, December 14, 2022

ค้นหา ทรัพย์สินรอการขาย/ทรัพย์ฝากขาย

 

ทรัพย์สินรอการขาย / ทรัพย์ฝากขาย

ทรัพย์สินรอการขาย (NPA)


                ทรัพย์สินที่ธนาคารเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ โดยเป็นทรัพย์ที่ซื้อมาจากการขายทอดตลาด,โอนตีชำระหนี้และสาขาของธนาคารที่ปิดทำการ


ทรัพย์ฝากขาย

                ทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของลูกค้า และนำมาฝากธนาคารให้ช่วยขายบนเว็บไซต์ โดยการตัดสินใจต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับลูกค้าที่เป็นผู้ฝากขาย

            ค้นหา ทรัพย์สินรอการขาย/ทรัพย์ฝากขาย ของธนาคารต่าง ๆ

-        ธนาคารอาคารสงเคราะห์

-        ธนาคารออมสิน

-        ธนาคารกสิกรไทย

-        ธนาคารกรุงไทย

-        ธนาคารกรุงเทพ

-        ธนาคารไทยพาณิชย์

-        ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

-        ธนาคารทหารไทยธนชาต

-        ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย

-        ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

-        ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์